KPIs บุคลากร งานวิจัย เอกสารวิชาการ วิทยานิพนธ์ หลักสูตร นักศึกษา โครงการ/กิจกรรม หน่วยงาน ค้นหา เข้าระบบ  
สารสนเทศ : คอมพิวเตอร์ อาคารสถานที่ หน่วยประสานงานศิษย์เก่า รายงานประจำปี
[E-Sarabun] (เดิม) : [E-Sarabun] (ใหม่) : [FON Web Portal] : [CMU E-Mail] : [FON KM] การจัดการความรู้ในองค์กร : [FON eMeeting]

   โครงการวิจัย
ค้นหาโครงการวิจัย
โครงการวิจัยทั้งหมด
โครงการวิัจัยที่คนเข้าบ่อย
โครงการวิัจัยเด่น

   แยกสังกัด/งบประมาณ
ทุกสังกัด
สํานักงานคณะพยาบาลศาสตร์
กลุ่มวิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์
กลุ่มวิชาการพยาบาลจิตเวช
กลุ่มวิชาการพยาบาลพื้นฐาน
กลุ่มวิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์
กลุ่มวิชาการพยาบาลสาธารณสุข
กลุ่มวิชาการพยาบาลสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
กลุ่มวิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์
กลุ่มวิชาบริหารการพยาบาล
ศูนย์บริการพยาบาล
ศูนย์ความเป็นเลิศทางการพยาบาล






 

ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจต่อความตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบที่เกี่ยวกับการคุมกำเนิดของสามีและเทคนิคการเจรจาต่อรองของภรรยา
Effect of the Program for Promoting Husbands' Awareness of Contraceptive Rights and Responsibilities and Wives' Negotiating Technique

หัวหน้าโครงการ

 ผศ.นันทพร แสนศิริพันธ์

หน่วยงาน

 กลุ่มวิชาการพยาบาลสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

แหล่งสนับสนุนงานวิจัย

 งบประมาณเงินรายได้คณะ

ระยะเวลาดำเนินการ

 1 พฤษภาคม 2546 - 30 ธันวาคม 2547

สถานะ

 ดำเนินการแล้วเสร็จ




กลุ่มวิจัย

  • กลุ่มวิจัย Health Promotion
  • กลุ่มวิจัย Women's Health

    วัตถุประสงค์โครงการ

    วัตถุประสงค์การวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบเกี่ยวกับการ คุมกำเนิดของสามีและเทคนิคการเจรจาต่อรองของภรรยาก่อนและหลังจากเข้าโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจ 2. เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบเกี่ยวกับการ คุมกำเนิดของสามีและเทคนิคการเจรจาต่อรองของภรรยาที่เข้าโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจกับที่ไม่ได้เข้าโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจ

    ลักษณะโครงการ

    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อความตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบเกี่ยวกับการคุมกำเนิดของสามีและเทคนิคการเจรจาต่อรองของภรรยา ในช่วงเดือน ตุลาคม 2546 - มกราคม 2547 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ สามีและภรรยาที่อาศัยอยู่ในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ คู่สามีภรรยาที่อาศัยอยู่ในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ การเลือกตัวอย่างใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (purposive sampling) ตามคุณสมบัติดังนี้ อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ทั้งสามีภรรยาสามารถเข้าร่วมโปรแกรมพร้อมกันได้ มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยได้ มีคะแนนความตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบเกี่ยวกับการคุมกำเนิดของสามีอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ยินดีให้ความร่วมมือในการวิจัย คณะผู้วิจัยจัดสามีเข้ากลุ่มควบคุมหรือกลุ่มทดลองโดยการจับคู่ (matching) กล่าวคือ มีการจัดสามีเป็นคู่ ๆ โดยแต่ละคู่จะต้องมีคะแนนความตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบอยู่ในระดับเดียวกัน จากนั้นใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) คือจับฉลากทีละคู่ ถ้าสามีรายแรกและภรรยาอยู่กลุ่มทดลอง สามีอีกรายที่เหลือและภรรยาจะได้อยู่กลุ่มควบคุม ทำเช่นนี้ไปจนได้จำนวนตัวอย่างและภรรยาทั้งสิ้น 40 คู่ อยู่ในกลุ่มทดลอง 20 คู่ และกลุ่มควบคุม 20 คู่ สามีในกลุ่มทดลองจะได้รับการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการคุมกำเนิด โดยภรรยาจะได้รับการสร้างเสริมพลังอำนาจเกี่ยวกับการคุมกำเนิดร่วมด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองเป็นโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจ สร้างขึ้นโดย วรางคณา ชัชเวช (2546) โดยประยุกต์จากแนวคิดการเสริมสร้างพลังอำนาจของกิบสัน (Gibson, 1993) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การค้นพบสภาพการณ์จริง การสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเอง และการคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนที่ 1 แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนที่ 2 แบบประเมินความตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบเกี่ยวกับการคุมกำเนิดของสามี ส่วนที่3 แบบประเมินเทคนิคการเจรจาต่อรองของภรรยา ที่คณะผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรม หลังจากนำไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา (content validity) แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข พร้อมทั้งคำนวณหาดัชนีความตรงของเนื้อหาของแบบประเมินความตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบเกี่ยวกับการคุมกำเนิดของสามีและแบบประเมินเทคนิคการเจรจาต่อรองของภรรยา (content validity index : CVI) ค่าที่ได้เท่ากับ 0.97 และ 0.89 ตามลำดับ จากนั้นนำไปหาความเชื่อมั่น (reliability) โดยนำไปใช้กับสามีและภรรยาที่มีลักษณะเช่นเดียวกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 10 คู่ นำคะแนนที่ได้มาคำนวณหาความเชื่อมั่นของเครื่องมือ โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ค่าที่ได้คือ 0.82 และ 0.82 ผู้วิจัยดำเนินการรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ในกลุ่มทดลองผู้วิจัยได้ใช้โปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจ โดยเสริมสร้างพลังอำนาจเป็นรายกลุ่ม กลุ่มละ 5 คู่ จำนวน 4 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที ห่างกันประมาณ 7 วัน ณ สถานีอนามัยกิ่วแลน้อย ครั้งที่ 1 เป็นการส่งเสริมความตระหนักในความเสมอภาคระหว่างสามีภรรยาโดยทั่วไป และความเสมอภาคเกี่ยวกับการคุมกำเนิด เพื่อเป็นพื้นฐานนำไปสู่การเสริมสร้างพลังอำนาจเกี่ยวกับการคุมกำเนิด ครั้งที่ 2 ให้ทั้งสามีภรรยาค้นพบสภาพการณ์จริง (ขั้นตอนที่ 1 ของการเสริมสร้างพลังอำนาจตามแนวคิดของกิบสัน) ที่สามีไม่ได้ตระหนักถึงสิทธิและไม่ได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการคุมกำเนิดของภรรยา ส่วนภรรยาขาดอิสระในการตัดสินใจเกี่ยวกับการคุมกำเนิด ต้องรับภาระในการคุมกำเนิดแต่เพียงผู้เดียว และมีการสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ (ขั้นตอนที่ 2 ของการเสริมสร้างพลังอำนาจ) เพื่อให้สามีเกิดความตระหนักในสิทธิของภรรยาและมีส่วนร่วมในการคุมกำเนิด ภรรยากล้าพูดคุยหรือเจรจากับสามีอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามีรับรู้ ช่วยเหลือ สนับสนุน และมีส่วนร่วมในการคุมกำเนิด ทั้งในกรณีที่ภรรยาเป็นผู้ใช้วิธีคุมกำเนิดหรือกรณีที่ภรรยาไม่สามารถใช้วิธีการคุมกำเนิดได้เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนหรือมีข้อห้าม ครั้งที่ 3 เป็นการเสริมสร้างพลังอำนาจในการคุมกำเนิดของทั้งสามีและภรรยาในขั้นตอนที่ 3 ของการเสริมสร้างพลังอำนาจ (การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเอง) เพื่อให้สามีมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ภรรยาได้รับสิทธิในเลือกการคุมกำเนิด และครั้งที่ 4 เป็นการเสริมสร้างพลังอำนาจในการคุมกำเนิดของสามีและภรรยาในขั้นตอนที่ 4 ของการเสริมสร้างพลังอำนาจ (การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ) หรือการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคจากวิธีคุมกำเนิดที่เกิดจากสามีและบุคลากรทางสุขภาพ ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลในครั้งแรกที่พบกลุ่มตัวอย่างที่บ้าน และภายหลังเสร็จสิ้นการเสริมสร้างพลังอำนาจในครั้งที่ 4 แต่มีการประเมินผลด้วยแบบประเมินความตระหนักในสิทธิและความรับผิดชอบเกี่ยวกับการคุมกำเนิดของสามีและแบบประเมินเทคนิคการเจรจาต่อรองของภรรยา ดังกล่าวภายหลังครั้งที่ 2 และ 3 ด้วย เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมครั้งต่อไป สำหรับกลุ่มควบคุม ผู้วิจัยดำเนินการเก็บข้อมูลที่บ้าน หลังเสร็จสิ้นการดำเนินการวิจัยผู้วิจัยมีการพูดคุยกับสตรีและสามีเป็นรายคู่ และเปิดโอกาสให้สตรีและสามีได้ซักถามข้อสงสัยพร้อมทั้งแจกเอกสารที่ผู้วิจัยใช้ในการเสริมสร้างพลังอำนาจและเอกสารความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิดให้แก่สามีและภรรยาผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลในครั้งแรกที่พบกลุ่มตัวอย่างที่บ้าน และหลังจากครั้งแรกอีก 1 เดือน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

    รายชื่อนักวิจัย

    1 . นางสาวเกสรา ศรีพิชญาการ (นักวิจัยร่วม)
    2 . นางสาววรางคณา ชัชเวช (นักวิจัยร่วม) , จาก นศ.ป.โท สาขาสตรี

  •  
     

     

       
    ระบบสารสนเทศนี้ได้รับความเอื้อเฟื้อจาก คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    http://www.nurse.cmu.ac.th